2007/Dec/05

วันนี้วันที่ 5 ธันวาคม วันพ่อแห่งชาติ ...

วันนี้น้ำตาไหลนับครั้งไม่ถ้วนเลย ซึ่งเป็นน้ำตาแห่งความปราบปลื้มจริงๆ

ดีใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี ในประเทสเล็กที่กำลังพัฒนา แม้จะมีปัญหามารุมเร้า แต่ประเทศก็ยังคงอยู่ได้ คนไทยทุกคนยังมีพลังได้เพราะ....

พ่อ

พ่อ --- ที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ไกลเท่าใด พ่อก็จะเห็นเราเสมอ

วันนี้คือวันครบรอบระยะเวลา 1 เดือน (อย่างเป็นทางการ) ในการประท้วงของนักเขียนบทในประเทศสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวกันจริงๆ ก็คงไม่รู้รายละเอียดอะไรกันมากนัก เพราะการประท้วงยังไม่ส่งผลต่อคนในประเทศไทย ไม่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยในแต่ละวัน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ส่งผลกระทบถึงประเทศๆ ไทยแน่

แต่เนื่องจากช่วงนี้ตัวเองบ้าหนังมากๆ โดยเฉพาะซีรี่ย์ของฟากอเมริกา (แหวกแนววัยรุ่นไทยมากๆ เลย) เลยรู้ข่าวคราวมาก็เริ่มเห็นเค้าลางวิกฤตของคนชอบดูหนัง ก็เลยเอาความรู้มาฝาก ให้รู้กันเล่นๆ พอให้รู้ความเคลื่อนไหวของโลกบันเทิงกันหน่อย

ตอนแรกกะนั่งแปลเองจาก wikipedia แต่พอดีไปเจอกระทู้จาก pantip พอดีเลย ก็เหมาะเหม็ง copy แหะๆ ถือว่าเอาเผยแพร่ให้ทุกคนได้รับรู้ข่าวคราวละกันนะคะ ถ้าใครจะอ่านที่ขนุนก๊อปมาก็ได้ค่ะ หรือจะเข้าไปอ่านที่พันทิปก็ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน

Credit :  Pat :o) แห่ง Pantip.com Seriesclub ---http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5991479/A5991479.html 

The Writers’ Strike is on

ก่อนอื่นต้องมารู้จักกับ WGA กันก่อนค่ะ

Writers’ Guild of America แยกเป็น WGA East และ WGA West ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ12,000 คน ซื่งก็คือนักเขียนสำหรับทั้งทีวีและภาพยนตร์แทบทั้งหมดในอเมริกา WGA ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของนักเขียนทั้งหลายในการต่อรองกับสตูดิโอและสถานีต่างๆใน อุตสาหกรรมบันเทิง (ซึ่งรวมเป็น Alliance of Motion Picture and Television Producers) เพราะนักเขียนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีพาวเวอร์ในการต่อรองมากนัก  

 

WGA มีสัญญาข้อตกลงกับ AMPTP ในเรื่องส่วนแบ่งรายได้ต่างๆ แต่สัญญานี้หมดลงไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาที่ผ่านมา หลังจากที่ตกลงกันไม่ได้ ทาง WGA ก็เลยเริ่มสไตรค์กันเมื่อ 5 พ.ย. 50 

>> ฟีลประมาณสมาคมนักข่าวบันเทิงบ้านเรา คือมีการรวมกลุ่มสหกรณ์ เอ๊ย! สมาคม มีคนทำหน้าที่ดูแล เพื่อำนาจในการต่อรองที่มากขึ้น ทางนักแสดงก็มี SAG ผู้กำกับก็มี DGA (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)

สไตรค์เรื่องอะไร

ปกติแล้ว WGA จะมีข้อตกลงกับทางสตูดิโอต่างๆเกี่ยวกับส่วนแบ่งของรายได้ที่นักเขียนควรจะได้ ที่มาจากการขายวีดีโอหรือดีวีดี (เรียกว่าค่าresidual) ซึ่งเป็นส่วนที่นอกเหนือจากค่าจ้างหลัก ในตอนนี้นักเขียนจะได้ residual ประมาณ 4 เซนต์ ต่อดีวีดีหนึ่งแผ่นที่ขายได้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใช้มาตั้งนานมากแล้ว ในสมัยปี1980s วีดีโอม้วนนึงราคาแพงมาก รายได้ของสตูดิโอที่มากจากการขายวีดีโอจึงไม่มากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ การขายดีวีดีทำเงินให้สตูดิโอต่างๆอย่างมหาศาล แต่ว่านักเขียนบทรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้รับส่วนแบ่งจากตรงนี้อย่างเท่าเทียม ก็เลยขอขึ้นค่า residual เป็นประมาณ 8 เซนต์ ต่อดีวีดี 1 แผ่น หรือประมาณ 2.7 บาท

แต่เรื่องที่สำคัญกว่า DVD ก็คือเรื่องส่วนแบ่งของรายได้จากสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น การดาวน์โหลดผ่าน iTunes หรือการดูรายการต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ตแบบ streaming ซึ่งตอนนี้ไม่มีข้อตกลงอะไรทั้งสิ้นเพื่อกำหนดว่านักเขียนควรจะได้ส่วนแบ่งของรายได้ตรงนี้เท่าไหร่ ทั้งๆที่มีการคาดเดาว่า ในอนาคต New Media แบบนี้จะทำรายได้ให้สตูดิโอและเน็ตเวิร์คต่างๆมากกว่าการขายดีวีดีซะอีก WGA ก็เลยขอส่วนแบ่งเป็น 2.5% ของรายได้จากnew media แต่ว่าทางสตูดิโอไม่ยอมให้ โดยยื่นข้อเสนอให้ได้ส่วนแบ่งจาก internet download เป็นสัดส่วนเดียวกับ DVD และไม่ให้อะไรเลยจาก streaming!

แล้วมันจะส่งผลกระทบถึงชาวซีรี่ส์อย่างพวกเรารึเปล่า

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า การสไตรค์จะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน ซีรี่ส์ทีวีส่วนใหญ่จะมีสต๊อคสคริปและรายการที่ถ่ายทำไว้แล้วส่วนนึง ถึงแม้จะก็ยังไม่ครบทั้งซีซั่น ส่วนใหญ่ก็คงยังพอฉายต่อไปได้เป็นเดือนๆ แต่ก็มีกระทบเหมือนกันเช่น ซีรี่ส์ใหม่ Chuck จะไม่ได้รับคอนเฟิร์มจากทางสถานีว่าจะอยู่ครบซีซั่นหรือไม่จนกว่าสไตรค์จะหยุด และพวก Soap opera ทั้งหลายจะมีปัญหาถ้าสไตรค์กันนานๆ เพราะถ่ายทำล่วงหน้าไว้แค่ประมาณเดือนเดียว

ที่โดนผลกระทบหนักที่สุดคือพวก Talk show ทั้งหลาย อย่าง David Letterman, Jay Leno, Jon Stewart เพราะรายการพวกนี้แทบจะต้องเขียนบทและถ่ายทำแบบวันต่อวัน ถ้าใครเคยดูงานประกาศรางวัล Emmy จะเห็นว่าทีมนักเขียนของรายการพวกนี้เป็นทีมใหญ่มาก ถ้าทุกคนหยุดงานกันหมด ก็ทำรายการต่อไม่ได้ ตอนนี้ทางรายการประกาศออกมาแล้วว่าจะฉายเทปรีรันโชว์เก่าๆไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด แต่ถึงอย่างนั้น Jay Leno และคนอื่นๆ ก็ประกาศออกมาว่าเค้าสนับสนุนฝ่ายนักเขียน
  

Tina Fay (คนที่เป็นครูสาวใน mean girls) มือเขียนบทจาก 30 Rocks และ Seth Meyers จาก Saturday Night Live ก็ประท้วงด้วย ...คนที่ได้ดู Studio 60 on the Sunset Strip จะรู้ว่าพวกนักแสดงจากโชว์แบบ SNL จะเขียนบทเองด้วย

>> เพราะเหตุนี้ตอนนี้รายการทอล์คโชว์เริ่มฉายวนซ้ำ เอาตอนเก่าๆ มาฉาย บางรายการก็ถึงกับถ่านทำแบบไม่มีสคริปทืกันเลย เพราะว่าหากหยุดรายการ ปิดรายการไป คนที่ได้รับความเดือดร้อนก็จะมีอีกมากพวก Crew ลูกกะจ๊อกทั้งหลายที่ไม่ใช่คนเขีนบท ช่างไฟ ตากล้องที่ไม่มีสมาคมรองรับก็จะขาดรายได้ ซึ่งก็จะนำพอหลายๆ ปัญหาตามมา

จะสไตรค์กันนานแค่ไหน

ไม่รู้เหมือนกัน WGA สไตรค์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1988 นาน 5เดือนครึ่ง!! ซึ่งตอนนั้นทำให้ต้องเลื่อนการเปิดซีซั่นใหม่ของรายการทีวีต่างๆ และทำให้วงการบันเทิงเสียรายได้ไป 500ล้านเหรียญ



ตอนนี้ สหพันธ์นักแสดง หรือ SAG ก็ออกมาสนับสนุนฝ่ายนักเขียนแล้ว ทำให้หลายคนกลัวว่าถ้ายืดเยื้อออกไปนานมากๆ จะทำให้วงการบันเทิงของอเมริกาเป็นอัมพาตไปได้ เพราะ ข้อตกลงระหว่าง SAG กับสตูดิโอต่างๆก็จะหมดอายุในปีหน้าเช่นกัน กลัวจะสไตรค์ตามเค้า ว่างั้นเถอะ

>> ปีนี้นักเขียนประท้วง ปีหน้า SAG นักแสดงก็หมดสัญญาเหมือนกัน เขาก็คาดการว่าจะลุกขึ้นมาประท้วงต่อเนื่องไปเลย ได้ยินมาว่าครั้งแรกกะประท้วงกลาง ก.ค. ปีหน้า เพราะว่าทุกสมาคมนั้นหมดสัญญาหมด ก็กะจะรวมตัวประท้วงพร้อมกันให้หมด เพื่ออำนาจการต่อรองที่รุนแรงขึ้น แต่ไปๆ มาๆ นักเขียนก็ลุกขึ้นมาประท้วงก่อน

 

----------------------------------------------------------------------

คุณผึ้งน้อยจากพันทิพก็โพสต์ไว้ค่ะว่า...

นักแสดงต้องทะยอยออกมาช่วยแน่นอนครับ เนื่องจาก

1. มันส่งผลดีต่อการรอประท้วงของ SAG ด้วย และ...

2. นักเขียนบททีวีมีอิทธิพลต่อดารามากที่สุด ดาราอย่าหือ อาจตายไม่สวย (หลายคนเจอมาแล้ว เช่นใน er เป็นต้น) จีบนักเขียนบทไว้ จะได้เขียนส่งบทให้เยอะๆ (อันนี้เรื่องจริงอย่างที่สุด)

ผมเห็นด้วยมากๆกับการประท้วง เพราะรายได้มหาศาลเหล่านี้ สตูดิโองุบงิบมาก ทั้งๆที่เป็นแค่คนลงทุน ไม่ใช่คนสร้างสรรค์งาน เห็นในข่าวเขาล้อกันว่า(น่าจะเดวิด เลทเทอร์แมนนะครับ) นักเขียนได้รายได้ 200,000 ต่อปี แต่ผู้บริหารสตูฯได้ 20 ล้าน ...เจ๊บเจ็บเนาะ
------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้...ด้านนักเขียนก็ยัง ประท้วงอย่างต่อเนื่อง มีการเข้าไปเจรจากับสตูดิโออยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ยินข่าวอะไร

ด้านดาราก็ออกมาให้การสนับสนุนนักเขียนหลายคนอย่าง Eva Longoria จาก Deperate Housewifes ที่ว่างงานเพราะซีรี่ย์ไม่มีบทให้ถ่ายทำแล้วก็ออกมาช่วยประท้วง ซื้อพิซซ่ามาแจกบ้าง มาถือป้ายเดินบ้าง...

แต่ได้ข่าวว่าทางสตูดิโอก็เริ่มดำเนินการแล้วคือเริ่มบีบนักเขียน เช่น จะตัดเงินนักเขียน โดนไม่ป้อนงาน ไม่ให้เงินเดือน 5 เดือน และรุนแรงสุดคือไล่ออก แต่ว่าทางสตูดิโอก้ต้องง้อนักเขียนอยู่ดี ส่วนดาราที่ให้การสนับสนุนก็มีบางคนโดนตัดเงินไปแล้ว ซึ่งสตูดิโอก็พยายามบีบดาราอยู่เหมือนกัน เพราะกลัวอำนาจของพลัง WGA และ SAG จะรวมกัน

......ตอนแรกก็เห็นด้วยกับการประท้วงนะ เพราะสตูดิโอรวยเละเห็นๆ นักเขียนก็มีสิทธิออกมาประท้วง แต่พอยืดเยื้อไปมากๆ ก็เห็นเลยว่ามันไม่ใช่นักเขียนอย่างเดียวที่ลำบาก พวก Crew ทีมงานรายการต่างๆ ทีมงานกองถ่ายซีรี่ย์หลายๆ เรื่องก็ขาดงาน ขาดเงิน เพราะพวกเขาไปประท้วงไม่ได้

ซีรี่ย์หลายเรื่องถูกตัดตอนจบ หรือไม่รู้อนาคตว่าจะจบหรือมีต่อ แล้วก็ไม่ใช่แค่ซีรี่ย์เท่านั้นที่กำลังแย่ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็เช่นเดียวกัน หลายเรื่องเริ่มอัมพาตเพราะว่าบทยังไม่เสร็จ เช่น Night at the museam 2 แต่ช่วงก่อนการประท้วงผกก. Producer หลายคนรีบเร่งบทให้เสร็จก่อนการประท้วง บางเรื่องก็เลยยังสามารถถ่ายทำได้อยู่

ได้แต่หวังอย่างเดียวว่าทุกคนจะตกลงกันได้เร็ววันนี้เพราะคนดู........กำลังจะขาดใจ ทีมงานก็กำลังแย่  อัมพาตเริ่มรุกลามขึ้นเรื่อยๆ

ป.ล. แอบชอบป้ายประท้วงนักเขียน อย่างเท่ห์ ไอเดียดี คือมีสัญลักษณ์ WGA แล้วก็มีที่ว่างให้นักเขียนอยากเขียนอะไรก็เขียนไปเลย ไปอ่านที่ไหนมาก็จำไม่ได้ แบบว่ารวมเก๋ๆ ที่นักเขียนใช้เขียนประท้วง

เซ็งโรงหนังเมืองไทยมากๆ เกิดเป็นโรคเลื่อนอีกแล้ว ว่า Enchanted จะไม่เลื่อนแล้วนะ คำวิจารณ์ก็ดี แต่ก็โดนเลื่อนอีกแล้ว บางเรื่องห่วยแตกจะตายยังจะเอาเข้าโรงให้ขาดทุน จาก 6 ธ.ค. ไป 25 ม.ค. (ประมาณนั้น)

Box office & Opening (คือหนังที่กำลังจะเข้าฉาย แต่มีอันดับเพราะมีรอบสื่อไปแล้ว) จาก Rotten tomatoes

Box Office

$16.4M
$8.2M
$7.9M
$6.0M
$5.9M

Opening This Week ................................................................................................................................................................. 

edit @ 5 Dec 2007 23:15:05 by ~ Fan of the Hollywood ~

2007/Jun/01

ที่จริงจะเขียนรีวิวกึ่งวิจารณ์ Pirate 3 ตั้งแต่วันแรกที่ไปดูมา แต่ไปๆ และมาๆ ก็ไม่ได้เขียน จะเขียนภาค 3 เฉยๆ ก็รู้สึกแปลกๆ แบบว่าช้าไปรึเปล่า? แต่ที่จริงแบบว่าเกิดความรู้สึกอยากเขียนหลังไปดู Pirate 3 รอบ 2 แล้วน้ำตาร่วงแผละ แถมไปเจอกระทู้ในพันทิบพูดถึงเรื่อง End Credit ไว้ดีมากๆ ก็เลยรู้สึก อยากเขียนบล็อกนี้ขึ้นมา

จะเริ่มจากภาค 1 ก่อนก็เซ็งๆ อยู่ หัวตันๆ แต่ไอ้ภาค 3 เนี่ย เขียนลงสมุดบันทึกไว้แล้วตอนไปชุมพรเมื่อวาน นั่งแล้วหัวมันแล่นซะงั้นน่ะ ก็เลยจดๆ ไว้

--------------Spoil บ้างเล็กๆน้อยๆ--------------------

* ควรดูภาพยนตร์ก่อนอ่านภาค 3 + แต่ภาค 1-2 ไม่สปอยล์เท่าไหร่จ้า*

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าภาพยนตร์ฟอร์มธรรมดา สเกลใหญ่ ที่หวังโกยเงินจากเด็กๆ แฟนดิสนีย์ในช่วงปิดเทอม จะให้ชื่อของ Captain Jack Sparrow, Will Turner, Elizabeth Swan กลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว

โครงการเกี่ยวกับโจรสลัดล้มพับไปหลายเรื่อง แม้แต่พ่อมดแห่งวงการภาพยนตร์ ลุงสปีลเบิร์ก (E.T. , Wars of the World , Indiana Jones) ยังต้องล้มไม่เป็นท่ากับโครงการภาพยนตร์โจรสลัด หนังโจรสลัดหลายต่อหลายเรื่องรายได้ล้มเหลว จนกระทั่ง POTC ได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์โจรสลัดเรื่องแรกแห่งทศวรรษก็ว่า ที่มีคนดูมากที่สุด จนมีกระแสให้สร้างภาค 2 ตามมา และ....

Pirate of the Caribbean : The Curse of the Black Pearl

คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยิ่งใหญ่ในน่านน้ำแคริบเบียน จุดเริ่มต้นของความรักระหว่างโจรสลัดและลูกสาวผู้ว่าฯ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันใหญ่โตที่ส่งผลไปทั่วทั้งผืนน้ำ

ภาคแรกเป็นการเปิดตัว Jack Sparrow ได้อย่างสง่างาม เขาเข้าไปนั่งในหัวใจหลายๆ คนด้วยมาดของ กัปตันแจ็คเมาบก.. ในภาคแรกอาจจะเห็นได้ว่าวิล และ อลิซาเบธ เป็นเหมือนตัวประกอบที่ไม่มีความเด่นเท่าป๋าเดปป์ ฉากไหนมีป๋าเดปป์ก็โดนแย่งซีนกันไปหมด

วิล --- ช่างตีดาบที่ซื่อสัตย์ เกลียดโจรสลัดเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเขาฝังใจมาว่าโจรสลัดคือผู้ที่ฆ่าพ่อของเขา โดยหารู้ไม่ว่า เขากับคำว่าโจรสลัดมันแยกกันไม่ออก

ลิซ --- ลูกสาวผู้ว่าฯ ที่ผูกพันกับวิล เธอเพียงต้องการที่จะใช้ชีวิตของตนเองนอกกรอบ

แจ็ค --- โจรสลัดอนาถาที่ถูกแย่งเรือแบล็คเพิร์ลไป พร้อมทรัพย์สมบัติที่เขาควรจะได้ครอบครอง แต่ก็คงเป็นโชคดีของเขา เพราะสมบัตินั้น มันไม่น่าหมายปองอย่างที่ใครคาดคิด

...ภาคแรกนั้นจะเห็นได้ว่าวิลคือผู้ชายที่หมายปองดอกฟ้าอย่างลิซ แต่เขาก็เจียมเนื้อเจียมตัว เขาใช้ชีวิตอย่างคนซื่อ ไม่คดโกงใคร จนกระทั่งลิซถูกจับตัวไปโดยกลุ่มโจรสลัดที่มีสาเหตุมาจาก 'เหรียญแอสแทค' คนเดียวที่จะช่วยลิซได้คือแจ็ค โจรสลัดที่เขาเป็นคนจับเข้าคุกด้วยตนเอง

ตลอดเวลาที่เดินทางไปช่วย วิลไม่เคยคดโกง หลอกลวง หรือโกหก แต่เขาไม่เคยเชื่อคำโจรสลัดเลย ต่างจากแจ็คที่ปลิ้นปล้อน กะล่อน แต่คำไหนที่แจ็คยืนยันว่าจะทำแล้ว แจ็คก็จะทำจริงๆ แม้ว่าการกระนั้นอาจจะมีนัยแฝง แต่แจ็คก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่วิล เช่นเดียวกับลิซที่ถูกจับอยู่ ก็ทำตัวเหมือนผู้หญิงทั่วไป ได้เพียงหลบหนี และใช้มารยาหญิงทั้งหลายเพื่อช่วยคนที่เธอรักอย่างวิลให้รอดพ้นจากอันตราย

สุดท้าย แม้วิลจะมีความสงสัยในตัวแจ็คบางเรื่อง แต่เมื่อเขาเชื่อใจกันและกัน อุปสรรคที่ต้องเผชิญ พวกเขาก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยชัยชนะ

>> ภาคแรกก็ลืมๆ ไปบ้างแล้วอ่ะนะ แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดในภาคแรกก็คือ ความกลมกล่อม = ฉากบู๊+ ฉากรัก + ฉากฮา... มันคือภาคที่ลงตัวที่สุดในความคิดของเรา

ด้านเอฟเฟค ไม่มีการใช้เยอะมากเท่าไหร่ แต่ว่าแต่ละฉากที่มีเอฟเฟคก็ทำได้เนียนมากเลยทีเดียว และคิวบู๊ก็จัดสวยดี พวก score เพลงประกอบก็มีเอกลักษณ์เป็นตัวของมันเอง

/// เมื่อหนังทำเงินได้สูงมากๆ ของปี กำไรอื้อซ่าส์ เสียงเรียกร้องของเหล่าแฟนคลับ ก่อทำให้ก่อเกิด

Pirate of the Caribbean : Dead Man's Chest

วิล --- ช่างเหล็กที่ต่ำต้อยได้รับการยอมรับ เขาวางแผนที่จะแต่งงานกับลิซ และในภาคนี้เขาก็ได้รู้ตัวมากขึ้นว่า โจรสลัดกับเขา...แยกกันไม่ค่อยออก

ลิซ --- หญิงสาวที่เริ่มเรียนรู้การต่อสู้ จากหญิงอ่อนแออยู่ในกรอบ เริ่มแข็งแกร่งบางสิ่งที่ขาดหายเธอเริ่มอยากจะเติมเต็ม อยากลอง อยากรู้

แจ็ค --- โจรสลัดต้องคู่กับสมบัติ แจ็คตามหาสมบัติอีกครั้ง เพียงแต่ในตอนนี้มีคนต้องการสมบัติชิ้นนี้มากมาย อีกทั้งสมบัติชิ้นจำเป็นต่อเขา เพราะมันจะทำให้เขายึดอายุออกไปได้อีก

ภาคนี้จะเห็นพัฒนาการของตัวละครมากๆ ทุกตัวละครจะมีการเรียนรู้มาจากภาคแรก คนที่ยืนยันว่าเกลียดโจรสลัดอย่างวิล หรือคนที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเกี่ยวพันกับโจรสลัดอย่างลิซ เริ่มเรียนรู้วิถีของโจรสลัดมากขึ้น จนบางครั้งพวกเขาก็ทำตัวเหมือนโจรสลัด คือ...หลอกลวงเพื่อได้มา เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมรับ (เหมือนกับ meangirls ที่สุดท้ายกลายเป็นสาวพลาสติก หรือ 13 going on 30 ที่ต้องการเป็น 6 angels )

ภาคนี้ได้ใส่พล็อต หรือ สิ่งที่น่าติดตามไว้มากมายตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เนื่องจากสิ่งที่ขายได้และขายดีในภาคที่แล้วคือ ป๋าเดปป์ ภาคนี้ป๋าถูกยัดเยียดกับมุขตลก จนบางครั้งรู้สึกว่ายืดเยื้อ บางฉากไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่กลับยืดให้ตลกจนเริ่มไม่ตลก พล็อตหลายๆ พล็อตจึงถูกโยนไว้ให้แก้ปัญหาในตอนหน้า... ด้วยสาเหตุทำให้หนังมีความยาวที่เกินควร ฉากตลกเฝือเกินความจำเป็น (แต่หลายคนอาจจะชอบ)

แต่ภาคนี้ได้ให้เรารู้จักตัวละครหลายมุมมากขึ้น รวมถึงลิซที่ชีวิตเธออยู่แต่ในกรอบ พอได้เจอสิ่งแปลกใหม่ก็อยากลองจนเกิดเป็นปัญหาที่น่าสนใจขึ้น แต่ผกก.ก็เลือกที่จะทิ้งปมไว้แก้ภาค 3 อีกตามเคย เช่นเดียวกับตัวละครใหม่ที่ดูสำคัญอย่างหนวดปลาหมึกเดวี่ โจนส์ เขาดูน่าสงสารมากกว่าน่ากลัว เขามีปมที่เก็บอยู่ในใจไม่อาจพูดได้ แล้วผกก. ก็เลือกที่จะเก็บปมนั้นไว้ต่อไป...สุดท้ายวิล ชายหนุ่มที่มีบทบาทมากขึ้นในภาคนี้ สามารถมีความเด่นขึ้นมาเทียบได้บ้างกับป๋าเดปป์ แต่ชีวิตของเขากลับต้องเสียใจหลายตลบทั้งพ่อและคนรัก

สุดท้ายผกก.ก็เลือกที่จะจบแบบค้างคา ซึ่งการจบแบบนี้ก่อผลเสียต่อคะแนนของนักวิจารณ์เป็นอันมาก สร้างความอยากรู้ให้แก่ผู้ชม หลายคนอาจจะอยากเห็นแจ็คกลับมายังไง? แต่เราอยากเห็นว่า 'รักสามเส้าจะจบลงยังไง' ?

>> ภาคนี้เอฟเฟคไม่ด้อยลง แต่หลายฉากที่ต้องใช้เอฟเฟคมากๆ ยังเนียนไม่พอ โดยเฉพาะ คราเคน เห็นได้ชัดในหลายฉาก คิวบู๊ก็สวยงาม แต่ไม่ติดตาตรึงใจ คำพูด ตัวไดอะล็อคเรียบๆ เหมือนเน้นฮา แต่บทบรรยายไทยดีมากค่ะ (ชื่อชมคุณธนัชชาอย่างรุนแรงเลย) score ยังคงใช้เพลงเดิมบ้าง เพื่อหวังจะสร้างเอกลักษณ์ ซึ่งส่วนตัวก้ว่ามันก็ดูเอกลักษณ์ดีนะ ไม่ชอบมากๆ ก็คือ การจบแบบนี้...มันฆ่าตัวตายชัดๆ แม้จะหวังให้คนตามดู แล้วได้เงินก็ตามที

/// เมื่อมันค้างคา ทุกสิ่งเริ่มต้น ก็ต้องมีจุดจบ

Pirate of the Caribbean : At World's End

ในภาคนี้ต่างมีพล็อตที่ค้างคามาจากภาค 2 มากมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในภาค 2 ผกก. กลับยอมปล่อยให้จบในภาคนี้ โดยภาค 2 ไม่มีอะไรจบลงเลย มีแต่ค้างเอาไว้ ซึ่งอาจจะมากเกินไป คนก็เพิ่มเข้าๆ จนมากเกิน และก็เลือกที่จะตัดทิ้งให้หมด แบบห้วนๆ... แต่สิ่งที่ภาคนี้เห็นได้ชัดจากภาคแรกและภาคสองคือ 'จุดยืน'

วิล --- วิลเลือกที่จะเป็นลูกกตัญญู ต้องการช่วยเหลือพ่อให้รอดจากการถูกจองจำ แต่การที่จะช่วยได้นั้นเขาต้องแลกกับการหักหลังผู้คนมากมาย แม้แต่แจ็คที่เคยช่วยเขาไว้หลายครา

ลิซ --- ลิซต้องการช่วยให้ทุกคนรอดจากคราเคนในภาคที่แล้วจึงต้องทำร้ายแจ็ค และความผิดบาปก็ติดอยู่ในใจเธอ เธอจึงหวังเพียงต้องช่วยแจ็คให้กลับมา จนบางครั้งดูหมือนว่าเธอหลงลืมวิลไปและต้องการช่วยวิล จนเลือกที่จะหักหลังบางคนให้ได้มาซึ่งความต้องการ

แต่ทั้งวิลและลิซไม่ได้ทะเลาะกัน เพียงแต่ทั้งสองไม่อยากให้แต่ละคนมาแบกรับภาระของกันและกัน จึงปิดบังกันทั้งคู่ นานวัน...มันจึงกลายเป็นเหมือนไม่เชื่อใจกันและกัน

แจ็ค บาบอสซ่า เทีย ดัลม่า ลอร์ดคัทเลอร์ หรือใครก็ตามในเรื่องนี้ จะสังเกตได้ว่าต่างมีจุดยืนของตนเอง จุดมุ่งหมายที่ล้วนจะเกิดจากการหักหลังเท่านั้นถึงจะสำเร็จ

มีตอนนึงที่บอบอสซาพูดว่า โลกนี้ดูแคบลง แต่แจ็คกลับตอบว่า โลกไม่ได้เล็กลง แต่ความน่าอยู่มันน้อยลงต่างหาก

''The world is still the same just less in it.''

คนเห็นแก่ตัว คนโกงกิน คนแล้งน้ำใจ คนที่ศักดิ์ศรีสูง ฯลฯ 'คน' เราต่างหากที่ทำให้โลกดูเล็กลง ดูไม่น่าอยู่ แต่ก็ใช่ว่าคนดีจะไม่มีในโลก อย่างจุดมุ่งหมายของวิลและลิซต่างก็เป็นสิ่งที่คนดีควรกระทำ แต่สิ่งนั้นต้องแลกกับการหักหลังเพื่อน

...ทุกคนก็เหมือนผ้าที่ถูกแต้มสี แต่พวกเขาไม่ใช่สีดำ และไม่ใช่สีขาว พวกเขาเป็นทั้ง 2 สี...

จกาภาคแรกวิลและลิซก็เหมือนผ้าขาว แต่เมื่อเขาต้องอยู่กับโจรสลัด เขาก็ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันเพื่อให้ 'อยู่รอด' จากมุมมองของคนกลุ่มหนึ่ง โจรสลัดก็เป็นเหมือนสีดำที่แต้มลงบมผ้าขาว ทั้งที่จริงแล้ว

โจรสลัดก็เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามน่านน้ำ พวกเขามีกฎโจรสลัด มีสภาโจรสลัด แม้จะไม่ถูกกันนัก แต่เมื่อเขาถูกกดขี่ข่มเหงจากคนที่ใหญ่กว่า พวกเขาก็พร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อต่อสู้ให้ 'อยู่รอด' ...อย่างน้อยโจรสลัดก็ยังมีสัจจะมากกว่าคนบางคนที่เห็นทุกสิ่งเป็นธุรกิจ

อีกปมนึงที่สนใจมากกว่าสิ่งอื่นในเรื่องนี้ก็คือ 'ความรัก' ...อดีตผู้พันนอริงตันได้พูดไว้ว่า

Our fates were always intertwined, Elizabeth. But never joined.

และประทับใจกับตอนที่ วิลตอบพ่อไปมีความหมายประมาณว่า 'แม้จะแค่วันเดียว แต่หากมันเป็นวันเดียวที่คุ้มค่า มันก็คุ้มกับ 10 ปีที่ต้องทรมาน'

'Bootstrap' Bill Turner: One day on land and ten years at sea. It's an awfully high price to pay.
Will Turner: Depends on the one day.
 

สุดท้ายแล้วความเชื่อใจของวิลกับลิซที่หายไปก็กลับมาพร้อมประโยคที่ว่า

"It always belong to you."

สปอยล์ ...ถึงแม้วิลจะไม่ได้อยู่แสดงความเชื่อใจกับลิซก็ตาม แต่วิลก็เลือกที่จะฝากหัวใจไว้กับเธอ เป็นเครื่องยืนยันแทนความเชื่อใจของเขา และลิซก็ยังแสดงถึงความเชื่อใจด้วยการรอคอยวิลถึง 10 ปี รอคอยที่จะได้อยู่ด้วยกัน ต่างจากเดวี่ โจนส์ที่ปราศจากความเชื่อใจแล้ว เขากลับไม่เลือกที่กลับตัว กลับเลือกที่แก้แค้น...

>> คือไม่อยาก สปอยล์มากมายเกินไป แบบว่าพิมพ์ไปก็จี๊ดๆ ไปด้วย เลยเบลอๆ ซะงั้น ....

>> สำหรับภาคนี้ของชื่นชมบทบรรยายไทย เอฟเฟคที่สุดยอดจริงๆ เนียนมากๆ คิวบู๊+ฉากแต่งงานที่คงติดตาตรึงใจเราไปอีกนาน score เพลงประกอบที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องคู่กับเพลงนี้เท่านั้น รวมถึงความประทับในหลายๆ ฉาก อย่างฉากเริ่มต้นที่เหล่าโจรสลัดร้องเพลง ...ให้ความรู้สึกมีพลังละสามัคคีโคตรๆ รวมถึงตอนตั้งกองทัพเตรียมรบ รู้สึกว่ามันมีพลัง นี่แหละคือสิ่งที่จะเอาชนะทุกสิ่งได้ 'ความสามัคคี'

และที่ประทับใจรุนแรงเลยก็คือ คำพูด ไดอะล็อคดีดีจากภาคนี้มีเยอะมาก บางคำทำเอาน้ำตาซึมเลยอ่า และก็ชื่นชมกับการจัดฉากแสงสีมาก เพราะดูเหมือนหนังรักโรแมนติคภาพงามเลยทีเดียว เรียกว่ายกให้ภาคนี้เป็นหนังจบไตรภาคได้ดีที่สุดในดวงใจเลย (นับจาก Spider-man X-men etc. ยังไม่มีเรื่องไหนจบไตรภาคได้ดีๆ สักที) แม้ภาค 3 อาจจะไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่ภาค 3 คือสิ่งที่ขาดไม่ได้หากเริ่มดูภาค 1 แล้วล่ะก็

คงไม่มีใครในโลกอยากเป็นโจรสลัด แต่บางครั้งในบางคนก็เกิดเพื่อที่จะเป็น 'โจรสลัด'

สุดท้าย ขอ Spoil ฉาก end credit แบบเต็มๆ จากคุณ TENDO SOJI ใน Pantip

......

ณ เกาะโดดเดียวแห่งหนึ่ง ในยามที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า

เด็กน้อยอายุราว 9-10 ปีกำลังวิ่งเหยาะๆพร้อมร้องเพลงของเหล่าโจรสลัดอยู่บนผาที่ยื่นตัวออกมาจากแผ่นดิน สายตาของเด็กน้อยจับจ้องอยู่ที่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า ด้านหลังของเด็กน้อยยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินตามมาอยู่ห่างๆ สายตาของหญิงสาวก็จับจ้องไปยังท้องทะเลเช่นกัน ต่างกันเพียงสายตาของเด็กน้อยเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้น สงสัย ต่อสิ่งที่จะปรากฏขึ้นที่สุดปลายของขอบฟ้า แต่สายตาของหญิงสาวเป็นสายตาที่อ่อนโยน คล้ายกับเฝ้ารอคอยสิ่งที่จะปรากฏที่สุดปลายของขอบฟ้า

ทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป พลันบังเกิดแสงสว่างสีเขียวสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงตื่นเต้น ดีใจ กับสิ่งที่ปรากฏออกมา
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว เป็นรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี เป็นรอยยิ้มแห่งความรัก เป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้า...

ที่สุดปลายของขอบฟ้ามีเรือลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาหาเกาะแห่งนี้ ที่ยอดของเสากระโดงเรือมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่สายตาของชายผู้นี้จับจ้องมาที่เกาะ จับจ้องมาที่หญิงสาวและเด็กน้อย เป็นสายตาที่อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรัก รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความยินดีที่กำลังจะได้พบกับหญิงสาวที่เป็นที่รักที่สุด หลังจากที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลายาวนาน...

ชายหนุ่มได้รักษาสัญญาที่ได้ให้ไว้กับหญิงสาวแล้ว สัญญาที่ว่าจะกลับมาพบหญิงสาวอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะเป็นการพบกันในช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่ต้องลาจากกันอีกครั้งก็ตาม...



โลก (World) ที่เรามองเห็น มีจุดจบ (End) อยู่ที่ปลายขอบฟ้า
ที่สุดปลายของขอบฟ้า ก็คือ สุดขอบของโลก (Worlds End)
ที่สุดขอบของโลก ไม่ได้มีการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีที่คุมขังของเหล่าวิญญาณ ไม่มีปีศาจที่ถูกจองจำ ไม่มีความทะเยอทะยานของบริษัทเดินเรือ ไม่มีจอมสลัดแห่งทะเลคาร์ริบเบียน

สำหรับหญิงสาว ที่สุดขอบโลก (At Worlds End) มีเพียง ชายผู้เป็นที่รักของเธอเท่านั้น....

เกร็ด * เผื่อคนสงสัย ::

- มีฉากที่ได้ถูกตัดออกไปพอสมควร และ 1 ในฉากนั้นก็มีฉากที่พูดเรื่องคำสาป เรื่องหน้าที่รับส่งวิญญาณ... คนที่ได้รับหน้าที่นี้จะได้เหยียบพื้นดิน 1 วัน จากนั้นก็ต้องอยู่ในทะเล 10 ปี แต่เมื่อกลับมาแล้ว หากคนรักยังรออยู่ คนที่ทำหน้าที่นั้นก็จะถูกปล่อย ให้กลับมาเป็นปกติ ไม่ต้องหน้าที่นั้นอีกต่อไปแล้ว >> แต่จากการดูตอนไม่รู้ ทำให้เกิดความซึ้งมากๆ

ป.ล. อยากเอาเพลง Hoist The Colours มาให้ฟังมาก แต่แบบว่า ไม่รู้ว่าจะลิ้งค์จากเว็บไหน ชอบเพลงนี้มากๆ อ่ะ รู้สึกดูสามัคคีและมีพลังอ่ะ

2007/May/26

จะอัพ ก็ error ไปหลายรอบแล้ว เซ็งเลย (อันนี้เป็นที่คอมข้าพเจ้าเองนะ)...

ขออัพแบบรวดเร็วละกันก่อนจะ error อีกรอบ

Youtube ดันโดนเด้งไปแล้ว ก็เลยขอลิ้งค์ไปที่เว็บ Movie list (มี Trailer อย่างเดียว) / Yahoo (รายละเอียดอื่นๆ และ Trailer ที่ดาวโหลดไม่ได้) บางเรื่องก็มีทั้ง Quicktime, WMA ให้เลือก สามารถคลิกขวา save target as... ลงเครื่องได้เลยและเวลาที่เข้าฉายหลังชื่อเรื่อง คือเวลาในอเมริกานะคะ

National Treasure : Book of Secrets (December 21, 2007)

ภาคแรกทำรายได้ถล่มทลายเกินคาดไปแล้ว ภาค 2 จึงตามมาพร้อมกับนักแสดงชุดเดิมทั้งหมด ทั้ง Nicolas Cage, Diane Kruger ภาคใหม่นี้ยังมีดาราสุดเก๋าไปเรียกฝีมือด้วยก็คือ ป้า Helen Mirren จาก The Queen ที่เพิ่งได้ออสการ์มาหมาดๆ ยืนยันจาก Trailer ว่าเรื่องนี้ป้าเด้งมาก ไม่เหี่ยวเลยจริงๆ

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=nationaltreasure2

http://movies.yahoo.com/movie/1809839449/info


Becoming Jane (August 3, 2007)

เรื่องราวความรักของ Jane Austen นักเขียนนิยายโรแมนติคของชาวอังกฤษ เรื่องดังๆ ก็ Pride & Prejudice เสื้อผ้าหน้าผม มุมกล้อง การถ่ายภาพก็จะคล้ายกับเรื่อง Pride & Prejudice ที่ Kiara เล่นเลย (เรื่องนั้นฉากสวยจริงๆ) ดารานำได้แก่ Anne Hathaway, James McAvoy เรื่องนี้นักวิจารณ์ก็ได้ดูกันไปบ้างแล้ว ผลออกมาก็ค่อนข้างจะดีกันส่วนใหญ่

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=becomingjane

http://movies.yahoo.com/movie/1809426640/info


I Know Who Killed Me

TriStar Pictures' I Know Who Killed Me

เรื่องนี้ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ดูจาก Trailer มีการพูดถึงเรื่อง Twins ด้วย ก็คงประมาณว่าลินด์หายตัวไป 2 วัน แล้วก็มีคนพบเธอ FBI ก็สืบๆ จนรู้เรื่องแฝด ก็ประมาณนี้อ่ะแหละ... เอาเป็นว่า Lindsay Lohan แสดงนำค่ะ

http://movies.yahoo.com/movie/1809812922/info


Enchanted (November 21, 2007)

เรื่องนี้เขาบอกไว้ว่าเป็น Animation / Comedy / Adventure / Romance / Family / Musical แบบว่า... มันเป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงที่มีแม่มดและเจ้าชายปกติเหมือนในการ์ตูนทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหญิงดันจู่ๆ มาโผล่ใน New York ไม่นานแม่มดและเจ้าชายก็ตามมาใน New York เช่นเดียวกัน... แล้วจะเกิดอะไรขึ้น คือดูจากพล็อตก็คงเรียบๆ ดูจากตัวอย่างก็เหมือนเน้นขายเด็กทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ที่ Trailer ตอนแรกมันเป็นภาพวาดการ์ตูนเหมือนในยุคพวก Cinderella / Liitle mermaid ซึ่งปัจจุบันก็หายไปนานมากแล้ว ส่วนใหญ่จะทำเป็น Animation 3 มิติซะหมด ก็เลยเกิดความอยากไปดูมากๆ สำหรับเรื่องนี้ ... ดารานำก็ได้แก่ Amy Adams, Patrick Dempsey,James Marsden

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=enchanted

http://movies.yahoo.com/movie/1809426456/info


The Bourne Ultimatum

เป็นไตรภาคอีกเรื่องของปีนี้... Jason Bourne มือปืน นักฆ่า สายลับ เรียกอะไรดีล่ะ เอาเป็นว่าเขาความจำเสื่อม ตั้งแต่ภาค 1 ภาค 2 และจนกระทั่งภาคนี้... และเขาก็ถูกตามล่าตั้งแต่ภาคแรกยันภาคนี้ เขาต้องการรู้ว่าตัวเองคือใคร ทำไม และอะไร เรื่องย่อของภาคนี้ก็คงไม่รู้จะบอกอะไร เพราะว่ามันก็สืบเนื่องมาจากภาคก่อนๆ คือตามหาตัวเอง เรื่องถือว่าเป็นหนังแอคชั่นโคตร สนุกโคตร มันส์โคตร ... แล้วเจสันก็คงจบลงแค่ภาคนี้ เพราะหนุ่ม Matt Damon ออกมาบอกแล้วว่า เขาจะเป็นเจสันเพียงเท่านี้ และตอนนี้ Julia Stiles ก็ยังคงเล่นอยู่ ซึ่งคาดกันหลายเสียงว่า...อาจจะเป็นนางเอกก็ได้น๊า

สำหรับเรื่องนี้ ใครอยากดู กรุณาหาภาคแรกๆ มาดูก่อน แต่ Trailer เนี่ย ไม่ค่อยบอกอะไรมากเท่าไหร่

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=bourneultimatum

http://movies.yahoo.com/movie/1809772212/info


The Golden Compass

หนังแนวเดียวกับ Narnia เป็นการเดินทางผจญภัย รายละเอียดก็รู้เท่านี้อ่ะนะ เพราะแบบว่าไม่ค่อยชอบหนัง fantasy เท่าไหร่ ... Nicole kidman นำแสดง

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=goldencompass

http://movies.yahoo.com/movie/1808718640/info


I Now Pronouce You Chuck And Larry

เป็นเรื่องของชาย 2 คนที่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน สุดท้ายเขาก็ตกลงมาเป็นคู่เกย์กันเพื่อเอาเงินช่วยเหลือ (อะไรประมาณนี้แหละ) เป็นแนว Comedy สไตล์ Adam Sandler และ Kevin James ดูตัวอย่างก็น่าจะตลกดี และเชื่อว่าเรื่องนี้คงไม่ล้มเหลว เพราะช่วงหลังมานี่ Adam รับงานค่อนข้างดีๆ ทั้งนั้นเลย

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=inowpronounceyouchuckandlarry

http://movies.yahoo.com/movie/1809761688/info


Knocked Up

เรื่องของชายหนุ่มที่ดันไปมีอะไรกันสาวเพียงแค่คืนเดียว แล้วสาวคนนั้นก็เกิดท้องขึ้นมา ดูจากตัวอย่างค่อนข้างน่าดูเลยล่ะ เป็นหนัง Romance / Comedy นักวิจารณ์จากเว็บมะเขือเน่าก็ให้เปอร์เซ็นต์สูงถึง 80% ทีเดียว เสียอย่างเดียว...พระเอกยังหล่อไม่โดน หุหุ

http://www.movie-list.com/trailers.php?id=knockedup

http://movies.yahoo.com/movie/1809701428/info



Stars R.Shine
View full profile