Movie

2009/Feb/19

 

 

ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วค่ะ ที่มีประกาศผลรางวัลเฉลิมไทยอวอร์ด  - รางวัลที่มอบให้กับงานภาพยนตร์ในด้านต่างๆ  - รางวัลแต่ละรางวัลนั้นมาจากเสียงโหวตของสมาชิกพันทิพ (บอร์ดที่เป็นศูนย์รวมของบุคคลที่หลากหลายอาชีพ และความคิด) และผู้ไม่ใช่สมาชิก แต่มีความหลงใหลในภาพยนตร์ ซึ่งบุคคลที่โหวตนั้นก็เรียกว่ามีทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาพยนตร์โดยตรง (คือจบมาทางด้านนี้อ่ะแหละ) และชาวบ้านตาดำๆ ที่รักการชมภาพยนตร์ ...ดังนั้นรางวัลนี้ถือว่าเป็นเสียงของมหาชน (ส่วนหนึ่ง) โดยตัดสินกันแบบไม่สนชื่อเสียงผกก. ดารา หรือไม่สนว่าต้องเอาใจใครเป็นพิเศษ (ต้องให้รางวัลค่ายไหนมากกว่าค่ายไหน)

ทางคณะกรรมการผู้จัดการครั้งนี้จึงขอเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนนะคะ ที่สนใจ อยาก need want ในโลกของภาพยนตร์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน รับฟังผลการประกาศรางวัลได้ที่ โต๊ะเฉลิมไทย ตามวันและเวลาในโปสเตอร์โฆษณาเลยค่ะ

ขอบอกว่า งานปีนี้อลังมากจริงๆ ตั้งแต่เริ่มมีการเก็บรวบรวมคะแนนแล้ว กรรมการคัดสรรกันมาเป็นอย่างดีก่อนจะเปิดให้โหวตกัน แม้จะเป็นแค่การประกาศผลในเวบบอร์ด แต่เชื่อว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ออสการ์เลยค่ะ (เทียบเว่อร์ไปไหมเนี่ย??) ไม่เชื่อรอดูได้เลยค่ะ...ปีที่แล้ว เครื่องค้าง บอร์ดล่มกันเลยทีเดียว (แอบใส่ไข่ เติมสีไปนิี๊ดส์สสส)

ไปร่วมเชียร์ และลุ้นสาขาที่ชื่นชอบกันได้เลยนะคะ ไม่ว่าเล็กๆ อย่างหนังนอกกระแส ดนตรี เสียง ตัดต่อ CG ลำดับภาพ คอสตูม เรียกว่าขนมาทุกสาขา หรือจะเป็นสาขาใหญ่อย่าง นักแสดงนำ ผกก. ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 

ป.ล. ใครอยากไปร่วมงาน รีบเตรียมตัวหาชุดงามๆ แล้วไปร่วมโพสต์ (ให้คอมอืด) กันวันงานเลยนะคะ ...ปีที่แล้ว ป้าเฮเลน เมียแรน / ปารีส ฮิลตัน / พี่บีม-กวี และดาราอีกครับคั่ง ก็ไปร่วมงานด้วยนะคะ แล้วยังไปมอบรางวัล (ของจริง ...เป็นโล่ห์ หรือถ้วย เขาเรียกอะไรนะ ที่คล้ายๆ Top Awards) ให้กับเหล่าผู้ได้รับรางวัล จาก ภาพยนตร์รักแห่งสยาม กับเจ้าตัวเลยด้วย (ปีที่แล้ว เรื่องนี้กวาดเรียบ)

2007/Jun/01

ที่จริงจะเขียนรีวิวกึ่งวิจารณ์ Pirate 3 ตั้งแต่วันแรกที่ไปดูมา แต่ไปๆ และมาๆ ก็ไม่ได้เขียน จะเขียนภาค 3 เฉยๆ ก็รู้สึกแปลกๆ แบบว่าช้าไปรึเปล่า? แต่ที่จริงแบบว่าเกิดความรู้สึกอยากเขียนหลังไปดู Pirate 3 รอบ 2 แล้วน้ำตาร่วงแผละ แถมไปเจอกระทู้ในพันทิบพูดถึงเรื่อง End Credit ไว้ดีมากๆ ก็เลยรู้สึก อยากเขียนบล็อกนี้ขึ้นมา

จะเริ่มจากภาค 1 ก่อนก็เซ็งๆ อยู่ หัวตันๆ แต่ไอ้ภาค 3 เนี่ย เขียนลงสมุดบันทึกไว้แล้วตอนไปชุมพรเมื่อวาน นั่งแล้วหัวมันแล่นซะงั้นน่ะ ก็เลยจดๆ ไว้

--------------Spoil บ้างเล็กๆน้อยๆ--------------------

* ควรดูภาพยนตร์ก่อนอ่านภาค 3 + แต่ภาค 1-2 ไม่สปอยล์เท่าไหร่จ้า*

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าภาพยนตร์ฟอร์มธรรมดา สเกลใหญ่ ที่หวังโกยเงินจากเด็กๆ แฟนดิสนีย์ในช่วงปิดเทอม จะให้ชื่อของ Captain Jack Sparrow, Will Turner, Elizabeth Swan กลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว

โครงการเกี่ยวกับโจรสลัดล้มพับไปหลายเรื่อง แม้แต่พ่อมดแห่งวงการภาพยนตร์ ลุงสปีลเบิร์ก (E.T. , Wars of the World , Indiana Jones) ยังต้องล้มไม่เป็นท่ากับโครงการภาพยนตร์โจรสลัด หนังโจรสลัดหลายต่อหลายเรื่องรายได้ล้มเหลว จนกระทั่ง POTC ได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์โจรสลัดเรื่องแรกแห่งทศวรรษก็ว่า ที่มีคนดูมากที่สุด จนมีกระแสให้สร้างภาค 2 ตามมา และ....

Pirate of the Caribbean : The Curse of the Black Pearl

คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยิ่งใหญ่ในน่านน้ำแคริบเบียน จุดเริ่มต้นของความรักระหว่างโจรสลัดและลูกสาวผู้ว่าฯ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันใหญ่โตที่ส่งผลไปทั่วทั้งผืนน้ำ

ภาคแรกเป็นการเปิดตัว Jack Sparrow ได้อย่างสง่างาม เขาเข้าไปนั่งในหัวใจหลายๆ คนด้วยมาดของ กัปตันแจ็คเมาบก.. ในภาคแรกอาจจะเห็นได้ว่าวิล และ อลิซาเบธ เป็นเหมือนตัวประกอบที่ไม่มีความเด่นเท่าป๋าเดปป์ ฉากไหนมีป๋าเดปป์ก็โดนแย่งซีนกันไปหมด

วิล --- ช่างตีดาบที่ซื่อสัตย์ เกลียดโจรสลัดเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเขาฝังใจมาว่าโจรสลัดคือผู้ที่ฆ่าพ่อของเขา โดยหารู้ไม่ว่า เขากับคำว่าโจรสลัดมันแยกกันไม่ออก

ลิซ --- ลูกสาวผู้ว่าฯ ที่ผูกพันกับวิล เธอเพียงต้องการที่จะใช้ชีวิตของตนเองนอกกรอบ

แจ็ค --- โจรสลัดอนาถาที่ถูกแย่งเรือแบล็คเพิร์ลไป พร้อมทรัพย์สมบัติที่เขาควรจะได้ครอบครอง แต่ก็คงเป็นโชคดีของเขา เพราะสมบัตินั้น มันไม่น่าหมายปองอย่างที่ใครคาดคิด

...ภาคแรกนั้นจะเห็นได้ว่าวิลคือผู้ชายที่หมายปองดอกฟ้าอย่างลิซ แต่เขาก็เจียมเนื้อเจียมตัว เขาใช้ชีวิตอย่างคนซื่อ ไม่คดโกงใคร จนกระทั่งลิซถูกจับตัวไปโดยกลุ่มโจรสลัดที่มีสาเหตุมาจาก 'เหรียญแอสแทค' คนเดียวที่จะช่วยลิซได้คือแจ็ค โจรสลัดที่เขาเป็นคนจับเข้าคุกด้วยตนเอง

ตลอดเวลาที่เดินทางไปช่วย วิลไม่เคยคดโกง หลอกลวง หรือโกหก แต่เขาไม่เคยเชื่อคำโจรสลัดเลย ต่างจากแจ็คที่ปลิ้นปล้อน กะล่อน แต่คำไหนที่แจ็คยืนยันว่าจะทำแล้ว แจ็คก็จะทำจริงๆ แม้ว่าการกระนั้นอาจจะมีนัยแฝง แต่แจ็คก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่วิล เช่นเดียวกับลิซที่ถูกจับอยู่ ก็ทำตัวเหมือนผู้หญิงทั่วไป ได้เพียงหลบหนี และใช้มารยาหญิงทั้งหลายเพื่อช่วยคนที่เธอรักอย่างวิลให้รอดพ้นจากอันตราย

สุดท้าย แม้วิลจะมีความสงสัยในตัวแจ็คบางเรื่อง แต่เมื่อเขาเชื่อใจกันและกัน อุปสรรคที่ต้องเผชิญ พวกเขาก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยชัยชนะ

>> ภาคแรกก็ลืมๆ ไปบ้างแล้วอ่ะนะ แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดในภาคแรกก็คือ ความกลมกล่อม = ฉากบู๊+ ฉากรัก + ฉากฮา... มันคือภาคที่ลงตัวที่สุดในความคิดของเรา

ด้านเอฟเฟค ไม่มีการใช้เยอะมากเท่าไหร่ แต่ว่าแต่ละฉากที่มีเอฟเฟคก็ทำได้เนียนมากเลยทีเดียว และคิวบู๊ก็จัดสวยดี พวก score เพลงประกอบก็มีเอกลักษณ์เป็นตัวของมันเอง

/// เมื่อหนังทำเงินได้สูงมากๆ ของปี กำไรอื้อซ่าส์ เสียงเรียกร้องของเหล่าแฟนคลับ ก่อทำให้ก่อเกิด

Pirate of the Caribbean : Dead Man's Chest

วิล --- ช่างเหล็กที่ต่ำต้อยได้รับการยอมรับ เขาวางแผนที่จะแต่งงานกับลิซ และในภาคนี้เขาก็ได้รู้ตัวมากขึ้นว่า โจรสลัดกับเขา...แยกกันไม่ค่อยออก

ลิซ --- หญิงสาวที่เริ่มเรียนรู้การต่อสู้ จากหญิงอ่อนแออยู่ในกรอบ เริ่มแข็งแกร่งบางสิ่งที่ขาดหายเธอเริ่มอยากจะเติมเต็ม อยากลอง อยากรู้

แจ็ค --- โจรสลัดต้องคู่กับสมบัติ แจ็คตามหาสมบัติอีกครั้ง เพียงแต่ในตอนนี้มีคนต้องการสมบัติชิ้นนี้มากมาย อีกทั้งสมบัติชิ้นจำเป็นต่อเขา เพราะมันจะทำให้เขายึดอายุออกไปได้อีก

ภาคนี้จะเห็นพัฒนาการของตัวละครมากๆ ทุกตัวละครจะมีการเรียนรู้มาจากภาคแรก คนที่ยืนยันว่าเกลียดโจรสลัดอย่างวิล หรือคนที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเกี่ยวพันกับโจรสลัดอย่างลิซ เริ่มเรียนรู้วิถีของโจรสลัดมากขึ้น จนบางครั้งพวกเขาก็ทำตัวเหมือนโจรสลัด คือ...หลอกลวงเพื่อได้มา เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมรับ (เหมือนกับ meangirls ที่สุดท้ายกลายเป็นสาวพลาสติก หรือ 13 going on 30 ที่ต้องการเป็น 6 angels )

ภาคนี้ได้ใส่พล็อต หรือ สิ่งที่น่าติดตามไว้มากมายตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เนื่องจากสิ่งที่ขายได้และขายดีในภาคที่แล้วคือ ป๋าเดปป์ ภาคนี้ป๋าถูกยัดเยียดกับมุขตลก จนบางครั้งรู้สึกว่ายืดเยื้อ บางฉากไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่กลับยืดให้ตลกจนเริ่มไม่ตลก พล็อตหลายๆ พล็อตจึงถูกโยนไว้ให้แก้ปัญหาในตอนหน้า... ด้วยสาเหตุทำให้หนังมีความยาวที่เกินควร ฉากตลกเฝือเกินความจำเป็น (แต่หลายคนอาจจะชอบ)

แต่ภาคนี้ได้ให้เรารู้จักตัวละครหลายมุมมากขึ้น รวมถึงลิซที่ชีวิตเธออยู่แต่ในกรอบ พอได้เจอสิ่งแปลกใหม่ก็อยากลองจนเกิดเป็นปัญหาที่น่าสนใจขึ้น แต่ผกก.ก็เลือกที่จะทิ้งปมไว้แก้ภาค 3 อีกตามเคย เช่นเดียวกับตัวละครใหม่ที่ดูสำคัญอย่างหนวดปลาหมึกเดวี่ โจนส์ เขาดูน่าสงสารมากกว่าน่ากลัว เขามีปมที่เก็บอยู่ในใจไม่อาจพูดได้ แล้วผกก. ก็เลือกที่จะเก็บปมนั้นไว้ต่อไป...สุดท้ายวิล ชายหนุ่มที่มีบทบาทมากขึ้นในภาคนี้ สามารถมีความเด่นขึ้นมาเทียบได้บ้างกับป๋าเดปป์ แต่ชีวิตของเขากลับต้องเสียใจหลายตลบทั้งพ่อและคนรัก

สุดท้ายผกก.ก็เลือกที่จะจบแบบค้างคา ซึ่งการจบแบบนี้ก่อผลเสียต่อคะแนนของนักวิจารณ์เป็นอันมาก สร้างความอยากรู้ให้แก่ผู้ชม หลายคนอาจจะอยากเห็นแจ็คกลับมายังไง? แต่เราอยากเห็นว่า 'รักสามเส้าจะจบลงยังไง' ?

>> ภาคนี้เอฟเฟคไม่ด้อยลง แต่หลายฉากที่ต้องใช้เอฟเฟคมากๆ ยังเนียนไม่พอ โดยเฉพาะ คราเคน เห็นได้ชัดในหลายฉาก คิวบู๊ก็สวยงาม แต่ไม่ติดตาตรึงใจ คำพูด ตัวไดอะล็อคเรียบๆ เหมือนเน้นฮา แต่บทบรรยายไทยดีมากค่ะ (ชื่อชมคุณธนัชชาอย่างรุนแรงเลย) score ยังคงใช้เพลงเดิมบ้าง เพื่อหวังจะสร้างเอกลักษณ์ ซึ่งส่วนตัวก้ว่ามันก็ดูเอกลักษณ์ดีนะ ไม่ชอบมากๆ ก็คือ การจบแบบนี้...มันฆ่าตัวตายชัดๆ แม้จะหวังให้คนตามดู แล้วได้เงินก็ตามที

/// เมื่อมันค้างคา ทุกสิ่งเริ่มต้น ก็ต้องมีจุดจบ

Pirate of the Caribbean : At World's End

ในภาคนี้ต่างมีพล็อตที่ค้างคามาจากภาค 2 มากมาย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในภาค 2 ผกก. กลับยอมปล่อยให้จบในภาคนี้ โดยภาค 2 ไม่มีอะไรจบลงเลย มีแต่ค้างเอาไว้ ซึ่งอาจจะมากเกินไป คนก็เพิ่มเข้าๆ จนมากเกิน และก็เลือกที่จะตัดทิ้งให้หมด แบบห้วนๆ... แต่สิ่งที่ภาคนี้เห็นได้ชัดจากภาคแรกและภาคสองคือ 'จุดยืน'

วิล --- วิลเลือกที่จะเป็นลูกกตัญญู ต้องการช่วยเหลือพ่อให้รอดจากการถูกจองจำ แต่การที่จะช่วยได้นั้นเขาต้องแลกกับการหักหลังผู้คนมากมาย แม้แต่แจ็คที่เคยช่วยเขาไว้หลายครา

ลิซ --- ลิซต้องการช่วยให้ทุกคนรอดจากคราเคนในภาคที่แล้วจึงต้องทำร้ายแจ็ค และความผิดบาปก็ติดอยู่ในใจเธอ เธอจึงหวังเพียงต้องช่วยแจ็คให้กลับมา จนบางครั้งดูหมือนว่าเธอหลงลืมวิลไปและต้องการช่วยวิล จนเลือกที่จะหักหลังบางคนให้ได้มาซึ่งความต้องการ

แต่ทั้งวิลและลิซไม่ได้ทะเลาะกัน เพียงแต่ทั้งสองไม่อยากให้แต่ละคนมาแบกรับภาระของกันและกัน จึงปิดบังกันทั้งคู่ นานวัน...มันจึงกลายเป็นเหมือนไม่เชื่อใจกันและกัน

แจ็ค บาบอสซ่า เทีย ดัลม่า ลอร์ดคัทเลอร์ หรือใครก็ตามในเรื่องนี้ จะสังเกตได้ว่าต่างมีจุดยืนของตนเอง จุดมุ่งหมายที่ล้วนจะเกิดจากการหักหลังเท่านั้นถึงจะสำเร็จ

มีตอนนึงที่บอบอสซาพูดว่า โลกนี้ดูแคบลง แต่แจ็คกลับตอบว่า โลกไม่ได้เล็กลง แต่ความน่าอยู่มันน้อยลงต่างหาก

''The world is still the same just less in it.''

คนเห็นแก่ตัว คนโกงกิน คนแล้งน้ำใจ คนที่ศักดิ์ศรีสูง ฯลฯ 'คน' เราต่างหากที่ทำให้โลกดูเล็กลง ดูไม่น่าอยู่ แต่ก็ใช่ว่าคนดีจะไม่มีในโลก อย่างจุดมุ่งหมายของวิลและลิซต่างก็เป็นสิ่งที่คนดีควรกระทำ แต่สิ่งนั้นต้องแลกกับการหักหลังเพื่อน

...ทุกคนก็เหมือนผ้าที่ถูกแต้มสี แต่พวกเขาไม่ใช่สีดำ และไม่ใช่สีขาว พวกเขาเป็นทั้ง 2 สี...

จกาภาคแรกวิลและลิซก็เหมือนผ้าขาว แต่เมื่อเขาต้องอยู่กับโจรสลัด เขาก็ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันเพื่อให้ 'อยู่รอด' จากมุมมองของคนกลุ่มหนึ่ง โจรสลัดก็เป็นเหมือนสีดำที่แต้มลงบมผ้าขาว ทั้งที่จริงแล้ว

โจรสลัดก็เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามน่านน้ำ พวกเขามีกฎโจรสลัด มีสภาโจรสลัด แม้จะไม่ถูกกันนัก แต่เมื่อเขาถูกกดขี่ข่มเหงจากคนที่ใหญ่กว่า พวกเขาก็พร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อต่อสู้ให้ 'อยู่รอด' ...อย่างน้อยโจรสลัดก็ยังมีสัจจะมากกว่าคนบางคนที่เห็นทุกสิ่งเป็นธุรกิจ

อีกปมนึงที่สนใจมากกว่าสิ่งอื่นในเรื่องนี้ก็คือ 'ความรัก' ...อดีตผู้พันนอริงตันได้พูดไว้ว่า

Our fates were always intertwined, Elizabeth. But never joined.

และประทับใจกับตอนที่ วิลตอบพ่อไปมีความหมายประมาณว่า 'แม้จะแค่วันเดียว แต่หากมันเป็นวันเดียวที่คุ้มค่า มันก็คุ้มกับ 10 ปีที่ต้องทรมาน'

'Bootstrap' Bill Turner: One day on land and ten years at sea. It's an awfully high price to pay.
Will Turner: Depends on the one day.
 

สุดท้ายแล้วความเชื่อใจของวิลกับลิซที่หายไปก็กลับมาพร้อมประโยคที่ว่า

"It always belong to you."

สปอยล์ ...ถึงแม้วิลจะไม่ได้อยู่แสดงความเชื่อใจกับลิซก็ตาม แต่วิลก็เลือกที่จะฝากหัวใจไว้กับเธอ เป็นเครื่องยืนยันแทนความเชื่อใจของเขา และลิซก็ยังแสดงถึงความเชื่อใจด้วยการรอคอยวิลถึง 10 ปี รอคอยที่จะได้อยู่ด้วยกัน ต่างจากเดวี่ โจนส์ที่ปราศจากความเชื่อใจแล้ว เขากลับไม่เลือกที่กลับตัว กลับเลือกที่แก้แค้น...

>> คือไม่อยาก สปอยล์มากมายเกินไป แบบว่าพิมพ์ไปก็จี๊ดๆ ไปด้วย เลยเบลอๆ ซะงั้น ....

>> สำหรับภาคนี้ของชื่นชมบทบรรยายไทย เอฟเฟคที่สุดยอดจริงๆ เนียนมากๆ คิวบู๊+ฉากแต่งงานที่คงติดตาตรึงใจเราไปอีกนาน score เพลงประกอบที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องคู่กับเพลงนี้เท่านั้น รวมถึงความประทับในหลายๆ ฉาก อย่างฉากเริ่มต้นที่เหล่าโจรสลัดร้องเพลง ...ให้ความรู้สึกมีพลังละสามัคคีโคตรๆ รวมถึงตอนตั้งกองทัพเตรียมรบ รู้สึกว่ามันมีพลัง นี่แหละคือสิ่งที่จะเอาชนะทุกสิ่งได้ 'ความสามัคคี'

และที่ประทับใจรุนแรงเลยก็คือ คำพูด ไดอะล็อคดีดีจากภาคนี้มีเยอะมาก บางคำทำเอาน้ำตาซึมเลยอ่า และก็ชื่นชมกับการจัดฉากแสงสีมาก เพราะดูเหมือนหนังรักโรแมนติคภาพงามเลยทีเดียว เรียกว่ายกให้ภาคนี้เป็นหนังจบไตรภาคได้ดีที่สุดในดวงใจเลย (นับจาก Spider-man X-men etc. ยังไม่มีเรื่องไหนจบไตรภาคได้ดีๆ สักที) แม้ภาค 3 อาจจะไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่ภาค 3 คือสิ่งที่ขาดไม่ได้หากเริ่มดูภาค 1 แล้วล่ะก็

คงไม่มีใครในโลกอยากเป็นโจรสลัด แต่บางครั้งในบางคนก็เกิดเพื่อที่จะเป็น 'โจรสลัด'

สุดท้าย ขอ Spoil ฉาก end credit แบบเต็มๆ จากคุณ TENDO SOJI ใน Pantip

......

ณ เกาะโดดเดียวแห่งหนึ่ง ในยามที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า

เด็กน้อยอายุราว 9-10 ปีกำลังวิ่งเหยาะๆพร้อมร้องเพลงของเหล่าโจรสลัดอยู่บนผาที่ยื่นตัวออกมาจากแผ่นดิน สายตาของเด็กน้อยจับจ้องอยู่ที่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า ด้านหลังของเด็กน้อยยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินตามมาอยู่ห่างๆ สายตาของหญิงสาวก็จับจ้องไปยังท้องทะเลเช่นกัน ต่างกันเพียงสายตาของเด็กน้อยเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้น สงสัย ต่อสิ่งที่จะปรากฏขึ้นที่สุดปลายของขอบฟ้า แต่สายตาของหญิงสาวเป็นสายตาที่อ่อนโยน คล้ายกับเฝ้ารอคอยสิ่งที่จะปรากฏที่สุดปลายของขอบฟ้า

ทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป พลันบังเกิดแสงสว่างสีเขียวสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงตื่นเต้น ดีใจ กับสิ่งที่ปรากฏออกมา
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว เป็นรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี เป็นรอยยิ้มแห่งความรัก เป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้า...

ที่สุดปลายของขอบฟ้ามีเรือลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาหาเกาะแห่งนี้ ที่ยอดของเสากระโดงเรือมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่สายตาของชายผู้นี้จับจ้องมาที่เกาะ จับจ้องมาที่หญิงสาวและเด็กน้อย เป็นสายตาที่อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรัก รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความยินดีที่กำลังจะได้พบกับหญิงสาวที่เป็นที่รักที่สุด หลังจากที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลายาวนาน...

ชายหนุ่มได้รักษาสัญญาที่ได้ให้ไว้กับหญิงสาวแล้ว สัญญาที่ว่าจะกลับมาพบหญิงสาวอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะเป็นการพบกันในช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่ต้องลาจากกันอีกครั้งก็ตาม...



โลก (World) ที่เรามองเห็น มีจุดจบ (End) อยู่ที่ปลายขอบฟ้า
ที่สุดปลายของขอบฟ้า ก็คือ สุดขอบของโลก (Worlds End)
ที่สุดขอบของโลก ไม่ได้มีการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีที่คุมขังของเหล่าวิญญาณ ไม่มีปีศาจที่ถูกจองจำ ไม่มีความทะเยอทะยานของบริษัทเดินเรือ ไม่มีจอมสลัดแห่งทะเลคาร์ริบเบียน

สำหรับหญิงสาว ที่สุดขอบโลก (At Worlds End) มีเพียง ชายผู้เป็นที่รักของเธอเท่านั้น....

เกร็ด * เผื่อคนสงสัย ::

- มีฉากที่ได้ถูกตัดออกไปพอสมควร และ 1 ในฉากนั้นก็มีฉากที่พูดเรื่องคำสาป เรื่องหน้าที่รับส่งวิญญาณ... คนที่ได้รับหน้าที่นี้จะได้เหยียบพื้นดิน 1 วัน จากนั้นก็ต้องอยู่ในทะเล 10 ปี แต่เมื่อกลับมาแล้ว หากคนรักยังรออยู่ คนที่ทำหน้าที่นั้นก็จะถูกปล่อย ให้กลับมาเป็นปกติ ไม่ต้องหน้าที่นั้นอีกต่อไปแล้ว >> แต่จากการดูตอนไม่รู้ ทำให้เกิดความซึ้งมากๆ

ป.ล. อยากเอาเพลง Hoist The Colours มาให้ฟังมาก แต่แบบว่า ไม่รู้ว่าจะลิ้งค์จากเว็บไหน ชอบเพลงนี้มากๆ อ่ะ รู้สึกดูสามัคคีและมีพลังอ่ะ

2007/Jan/12

งานประกาศผลรางวัล People's Choice Award ครั้งที่ 33ได้ถูกจัดขึ้นไปเมื่อวันอังคารที่ 9 มกรา ที่ผ่านมา (เวลาของสหรัฐฯ) โดยนิตยสาร People ได้จัดงานขึ้นที่ Shrine Auditorium พิธีกร คือ ควีน ลาติฟา

ซึ่งปกติชั้นก็จะเข้าไปโหวตที่เวบไซต์ของ People แต่คราวนี้ไม่ได้เข้าเน็ตนาน เลยเพิ่งมารู้ข่าววันนี้เอง ก็ขอประกาศผู้ได้รับรางวัลเลยละกัน

MOVIES:

Female Star: Jennifer Aniston
Male Star: Johnny Depp
Leading Lady: Cameron Diaz
Leading Man: Vince Vaughn
Female Action star: Halle Berry
Male Action Star: Johnny Depp
On-screen Match-up: Johnny Depp and Keira Knightley from Movie: Pirates of the Caribbean: Dead Mans Chest
Movie Drama: Pirates of the Caribbean: Dead Mans Chest
Movie Comedy: Click
Family Movie: Cars


MUSIC:

Female Singer: Carrie Underwood
Male Singer: Kenny Chesney
Group: Nickelback
RandB Song: SexyBack by Justin Timberlake
Hip-hop Song: Shake That by Eminem
Pop Song: Hips Dont Lie by Shakira
Country Song: Before He Cheats by Carrie Underwood
Rock song: Who Says You Cant Go Home by Bon Jovi
Song From A Movie: Life is a Highway by Rascal Flatts from Cars
Remake: Life is a Highway by Rascal Flatts

TELEVISION:

Comedy: Two and a Half Men
Animated Comedy: The Simpsons
Drama: Greys Anatomy
Competition/Reality Show: American Idol
New Comedy: The Class
New Drama: Heroes
Female Star: Eva Longoria
Male Star: Patrick Dempsey
Talk Show Host: Ellen DeGeneres

OTHER:

Funniest Female Star: Ellen DeGeneres
Funniest Male Star: Robin Williams

Eva Longoria and Felicity Huffman


สำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Golden Globe 2007 ครั้งที่ 64 ด้ออกมาสักพักแล้ว ก็เลยเอาใบลงคะแนนมาให้ดูกัน เรียกได้ว่า Golden Globe เป็น Road to Oscar เลยก็ว่าได้ เพราะผลที่ออกมาจะต่างกันไม่ค่อยมากนัก แต่สังเกตุมาได้สักพักว่าหนังเรื่องใดที่ได้ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่าของลูกโลกทองคำ จะไม่ค่อยได้ Oscar นะ แต่ก็ไม่แน่ ไม่นอนหรอกนะคะ

>>A Golden Globe bollot<< [ เป็นไฟล์ .pdf ]


ด้านรางวัล Teen Choice Award ยังไม่สารถโหวตได้นะคะ แต่ถ้าโหวตได้เมื่อไหร่จะรีบมาบอกให้ไปโหวตทันทีเลย

ในเว็บ RottenTomatoes ได้ออกมาบอกรายชื่อของหนังที่ทางเว็บคาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะได้เข้าชิง ก็ลองไปดูรายชื่อหนังกัน เห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงก็เม้นต์บอกกันได้ค่ะ

สำหรับรางวัลนั้นจะดุวันที่หนังเข้าฉายตั้งแต่ช่วงมิ.ย. หรือ ก.ค. ปีที่แล้ว - ช่วงกลางปีนี้

(สีแดง คือหนังที่เชียร์สุดใจขาดดิ้น)

Best Action Adventure: "King Kong," "Mission Impossible 3," "Pirates of the Caribbean: Dead Man's Chest," "Superman Returns," "V for Vendetta," "X-Men: The Last Stand"

Best Drama: "
Flightplan," "Harry Potter and the Goblet of Fire," "Pride & Prejudice," "Take the Lead," "Goal!," "Walk the Line"

Best Chick Flick: "
Failure to Launch," "Just Like Heaven," "Just My Luck," "Last Holiday," "Aquamarine," "The Lake House"

Best Comedy: "
Click," "Nacho Libre," "Scary Movie 4," "She's the Man", "The Benchwarmers," "The Break-Up"

Best Thriller: "
An American Haunting," "Hostel," "Red Eye," "Saw 2," "Silent Hill," "The Omen"


edit @ 2007/01/12 16:13:17


Stars R.Shine
View full profile