Book

2007/Mar/05

รายละเอียดหนังสือ :: ปราสาททรายในสายฝน

หนังสือเล่มนี้ได้ซื้อมาดองไว้ตั้งแต่งานหนังสือ ตอนเดือนตุลาคม ทำยังไงๆ ก็ไม่อยากอ่าน เนื่องจากความหนา และเรื่องราวที่เกี่ยวกับมาเฟีย (ไม่ค่อยชอบเรื่องเกี่ยวกับมาเฟียเท่าไหร่) แต่เนื่องด้วยซื้อของ ดวงตะวัน ทุกเล่ม จะไม่ซื้อเล่มนี้ก็กระไรอยู่ แถมพอบอกเกี่ยวกับธิโมส์ยิ่งไม่กล้าหยิบ เพราะดูจะเครียดๆ

แต่เมื่อหลายวันก่อนอ่านบล็อกของใครสักคนในนี้ เขาได้บอกว่าตกหลุมรัก บีแบลค เอาละสิ...ยังไงก็ต้องอ่านสักหน่อย

เมื่ออ่านไปได้ถึงบทที่ 5 เท่านั้นแหละ (ไม่กี่หน้าเองนะ) วางไม่ลงค่ะ ไม่ได้ติดบีแบลคอะไรนะ แต่ติดกับเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม อ่านไปเพลินๆ ถึงได้รู้ว่าปาไปครึ่งเล่ม เท่านั้นแหละก็หลงรักทั้งบีแบลคและตรีดามาส
แถมยังชวนให้เป็นนักสืบ เสาะหาความจริงเรื่อง ปราสาททราย กับตัวการของความบาดหมางทั้งหมด ถึงแม้จะเดาได้ไม่ยากนักว่าใครตือผู้ร้ายตัวจริง (ที่จริงก็ไม่ง่ายนักหรอก) แต่บทสรุปของ ปราสาททราย คือสิ่งที่ชอบสุดๆ ไปเลยค่ะ ยิ่งช่วงหลังๆ คำพูดแต่ละคำอ่านแล้วอินสุดๆ และยังมีแง่คิด สะท้อนสภาพของสังคมมนุษย์ได้ดีจริงๆ

เป็นหนังสือที่ทำให้ติดมากๆ และไม่ได้หวานจนเลี่ยน แต่หวานน่ารัก หวานพอดี (บางทีแอบรู้สึกว่าน้อยไปหน่อย...ตามสไตล์คนอ่านนิยายรัก) ถึงดูจะอยู่ห่างไกลจากชีวิตจริงด้วยเมืองที่ไม่มีจริง แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนั้นล้วนมีในทุกประเทศ ทุกเมือง ซึ่งอยู่ในชีวิตจริงที่เราพบเจอทุกๆ วัน

ปราสาทที่ทุกๆ คนต่างตามหานั้น ใครๆ ก็ต่างหวังในสิ่งที่คล้ายๆ กัน ปราสาทใหญ่ สมบัติ โบราณสถานที่สร้างชื่อเสียง ความชื่นชมผู้ที่ค้นพบ แต่ไม่มีใครคิดว่าปราสาททรายอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ ยิ่งในคำว่า 'กีระดารา' (ปราสาททราย) ของชาวธิโมส์นั้น เล่นคำได้หลากหลาย (ใครอยากรู้ว่าแปลว่าอะไรได้บ้างต้องไปลองอ่านเองค่ะ) ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้มอง เช่นเดียวกับคนเราจะดีหรือเลว ก็ขึ้นอยู่กับผู้มองนั้นคือใคร ประวัติศาสตร์ที่หลายๆ คนมองว่าพม่าไม่ดี มาข่มเหงไทย แต่หากลองให้พม่ามอง พม่าก็คงมองว่าคนไทยต่างหากที่ไม่ดี คนไทยต่างหากที่แตกสามัคคีกันเอง และเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดเรื่อง

--- หากใครได้อ่านจนจบแล้วก็คงรู้ซึ้งถึงคำว่า 'ปราสาททราย' กับมุมมองของชาวธิโมส์ ชาวเมืองโอจาดี ---

ชอบคุณดวงตะวันจากการสร้างประเทศสมมติมากๆ ค่ะ คือสร้างมาไม่ใช่แต่สักแต่ว่าสร้าง แต่คุณดวงตะวันสร้างให้เกิดๆ เป็นประเทศที่ดูมีชีวิตจริงๆ สร้างทั้งอดีต ปัจจุบัน และคงรวมถึงอนาคต นับถือคุณดวงตะวันในเรื่องนี้สุดขั้วหัวใจเลยค่ะ

ป.ล. จะรอติดตาม 'ผีเสื้อลายตะวันนะคะ' --- เสียดายตอนจบดูตัดจบไปหน่อยนึง น่าจะเพิ่มฉากเลี่ยนๆ อีกนิด

ล.ป. ดองบล็อกนานมากๆๆๆๆๆ อยากเขียนเรื่อง Music & Lyrics อยู่เนี่ย เพราะไปดู 3 รอบแล้ว แต่ไม่มีอารมณ์จริงๆ เลย

2006/Nov/18

ดองบล็อกมาเกือบเดือนได้มั้ง ด้วยสาเหตุนานับประการที่ไม่อยากจะยกมาอ้าง ทั้งกีฬาสี การบ้าน งานหนัก ปวดหัว สรุป...ขี้กียจ เหนื่อย เอาเวลาไปอ่านนิยายดีกว่า

ว่าแล้วมาทั้งที่ก็ขอรีวิวนิยายมันซะเลย

All American Girl :: Meg Cabot

สำหรับเด็กสาวอเมริกันที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูไม่แพง กินก็ไม่เยอะ แถมมีพ่อทำงานที่ธนาคารโลก แม่เป็นนักกฏหมายสิ่งแวดล้อม พี่สาวแสนสวยและน้องสาวแสนฉลาด ซาแมนธา เมดิสัน เข้าใจว่าคงไม่ใคร่จะธรรมดาไม่ได้เรื่อง และไม่น่าจะมีหนุ่มที่ไหนมาสนใจเท่าเธออีกแล้ว

แต่วันหนึ่งซาแมนธาก็กลายเป็นคนดัง ที่แม้แต่โค้กกับเป๊ปซี่ยังอยากได้ไปเป็นนางแบบโฆษณา แม้ชีวิตรัก ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยได้มีกับใครเขาก็กลายมาเป็นปัญหาแสนวุ่น ก่อกวนหัวใจจนทำอะไรไม่ถูก

เรื่องนี้ได้อ่านไปสิบกว่าหน้าได้มั้งเมื่อปีที่แล้ว แล้วหนังสือก็หายวับไป จนได้มายืมเพื่อน (ขอขอบพระคุณแบ่มแบ๊มสุดที่รัก) อ่านอีกรอบจนจบ และแล้วก็รู้สึกสนุกกว่าที่วาดฝัน แต่ก็การเล่าก็ยังฝังแน่นสไตล์เม็ก คาบอทเช่นเคย ถ้าถามว่าชอบเรื่องใดของเม็กที่สุด เรื่องนี้ก็คงอยู่อับดับต้นๆ รองจาก Mediator ที่เคยรีวิวไปแล้ว

นางเอกอย่างแซม (ทำไมต้อง ซ. อีกแล้ว) มีคาแรกเตอร์ที่เด่นชัดดี คืออ่านแล้วมันกลมกลืน ไม่ใช่แบบเดี๋ยวก็นิสัยอย่างนี้ เดี๋ยวก็ทำอีกอย่างที่ไม่ตรงกับนิสัยที่วางไว้แต่แรกเหมือนกับบางเรื่อง แถมเรื่องนี้นางเอกไม่เปลี่ยนใจง่ายแฮะ แม้จะรู้สึกมีฟริซองกับพระเอกของเราก็ตามที เหอๆ

เนื้อเรื่องของเม็กก็ยังสอดแทรกอะไรดีดีไว้เช่นเคย (อยากรู้ต้องอ่านเอง) คืออ่านจบแล้วมันให้ความรู้สึกอย่างที่นางเอกพูดไว้จริงๆ ในเรื่อง ฉันจะเป็นฉันก็ต่อเมื่อฉันเป็นตัวเอง (ว่าจะ T หรือ F อะไรทำให้เป็นจริง อะไรทำให้เป็นเท็จ...) แต่เรื่องนี้ก็ยังจินตนาการความหล่อของพระเอกไม่เท่ากับ Mediator แฮะ


วันนี้พอก่อนไว้มาต่อใหม่ เพราะเพิ่งซื้อ All American Girl Ready or Notมาอ่าน ในฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งก็หวังว่าตัวเองจะอ่านจบในเร็ววัน

วันนี้ไปร้านหนังสือสายตาก็แวบไปเห็นหนังสือน่าอ่านหลายเรื่อง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ยังไม่มีแปล อยากซื้อใจจะขาดแต่ไม่มีตังค์

1. Twilight มีแปลออกมาแล้ว เรื่องของแวมไพร์ ฉะนั้นจึงอยากอ่าน (นี่คือเหตุผลที่เพยงพอมากต่อการซื้อ จบ)

2. The Propecy ofthe Stones อันนี้ค่อนข้างอยากอ่านเพราะเป็นคำทำนายกับสามสาว สามอัญมณี น่าจะออกแฟนตาซีหน่อย

3. The Unseen เนื้อเรื่องดูลึกลับ ตัวเด่นคือผู้หญิง และเล่าเรื่องแถวๆ graveyard ดังนั้นจึงอยากอ่าน

4. 1-800-where-r-u อยากอ่านเพราะ Meg Cabot แต่ง ออกแนววิญญาณอีกแล้ว

xoxo [Jub Hug Kiss Hug]

2006/Oct/25

ปิดเทอมนี้แอบแวบไปอยู่เชียงรายมาหลายวันเลย ก็ไม่รู้ไปเที่ยวไหนนอกจากนอนอยู่บ้าน ไปแม่สาย และไนท์บาซา ไนทืก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากบ้านเรา จะซื้อพวงกุญแจถักๆ เหอๆ ราคาก็พอกันกับกรุงเทพฯ ซื้อไม่ลง...

ไปแม่สายก็ซื้อแต่ DVD อย่างเดียวเลย หิ้วกันแบบแขนจะหลุด รถจอดไกลก็เดินกันขาลาก ส่วนของที่ได้ DVD อยู่หน่อย นอกนั้นของฝาก เพราะแม่สายก็ไม่ต่างจากคลองถมบ้านเรา เฮ้อ... น่าเบื่อเนอะ

ไว้ทำรูปเมื่อไหร่ คงจะมีโอกาสได้ลงรูปที่ไปเที่ยวซักกะที


ไปแม่สายคราวนี้ก็ได้หนังมาเกือบ 20 เรื่องได้มั้ง มาร่ายให้ฟังเลยดีกว่า แล้วก็ดูหมดแล้วภายใน 4 วัน ฉะนั้นจะรายงานให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง

- Failure to lunch >> (3 ดาว) เรื่องนี้ดูสนุกดีนะ น่ารัก เรื่อยๆ ดำเนินเรื่องตามพล็อตหนังโรแมนติกทั่วไป แต่จบได้น่าพอใจอ่ะ คือไม่ใช่ทะเลาะๆ ดีแล้วจบ แบบว่าถูกจับขังไว้ด้วยกัน แล้วมีกล้องวงจรปิดถ่ายทอดออกร้านกาแฟเลยอ่ะ คนก็คอยเชียร์ ดูน่ารักดีนะ

- Aquamarine >> (2 ดาวครึ่ง) เหมือนจะไม่เข้าโรงหนังบ้านเรานะ ดูได้เรื่อยๆ แบบว่านางเงือกมาพิสูจน์รักแท้ ความรักแบบเพื่อน ตามพล็อตสุดๆ เพลงเพราะดี แต่ยังถือว่าไปไม่ค่อยรอดเหมือน She's the man อ่ะ อาจจะเบื่อง่ายๆ อย่างมุขก็ไม่ค่อยมี

- You've got mail >> (3 ดาว) เรื่องนี้ค่อนข้างจะผู้ใหญ่หน่อย ก็ยังถือว่าดูได้เรื่อยๆ แต่ชอบตอนหลังๆ อีกแล้ว แบบว่าจบไม่ง่ายเกินไป

- American Dreamz >> (3 ดาวครึ่ง) ดูแล้วชอบมากๆ สะใจอย่างบอกไม่ถูก จิกกัดสุดๆ ประกวดร้องเพลงกว่าจะดังได้เนี่ย...ลำบากลำบน แถมเรื่องนี้ฮาดี แม้ไม่ได้ก๊ากเพราะมุข แต่มันฮาด้วยตัวบทของมันเองอ่ะ แถมจบได้สะใจกว่า 3 เรื่องแรกอีก เพลงเพราะ แต่อย่าหวังไปฟังเพลงมาก เพราะมีเพลงแค่นิดหน่อย (ผู้แข่งขันร้องเพลงเพราะทุกคนเลย)

- Romeo + Juliet >> (2 ดาวเกินครึ่ง) ก็ตามสไตล์ของโรมีโอแอนด์จูเลียต เพียงแต่สมัยใหม่ขึ้นมาหน่อย ใช้ปืน แต่คำพูดนั้นตรงตามบทประพันธ์เป๊ะ ยิ่งบรรยายไทยนั้นอัญเชิญบทแปลของรัชกาลที่.....(แหะๆ จำไม่ได้แล้ว) อ่านแล้วต้องมานั่งแปลไทยอีกที เลยเปิดซับอังกฤษแทน ก็ดูได้เรื่อยๆ เพราะรู้เรื่องหมดแล้ว เพียงแต่ดูการนำเสนอของ บาซ เลอมาน

- Underworld : Evolution >> (3 ดาวกว่า) อันนี้ชอบภาคแรกอยู่แล้ว พอมาดูภาคสองก็ชอบนะ แต่น้อยกว่าภาคแรก เพราะความแปลกใหม่มันหมดไปแล้ว ที่จับแวมไพร์มาเจอหมาป่า ประทับใจในระดับหนึ่ง นางเอกสวยขึ้น

- Aeon Flux >> (2 ดาวครึ่ง) ดูซ้ำๆ น่าเบื่อ แม้ตอนแรกจะทำเอางง แล้วมาเฉลยตอนหลัง กลับไม่แปลกใจเท่าไหร่ ดูเป็นสไตล์เดิมๆ ของหนังแอคชั่นแนวนี้อ่ะ แถมบู๊ก็ดูไม่สุด ชอบ Ultraviolet มากกว่าเรื่องนี้นะ

- I Know What You Did Last Summer >> (3 ดาว) ก็หนุกที่สุดแล้วละนะ ในบรรดา 3 ภาค (I know...,I still know..., I always know...) ที่ดูมา

- Twister>> (3 ดาวกว่า) ดูสนุกเรื่อยๆ สไตล์หนังปรากฎการณ์ธรรมชาติ

- Jurassic park 3 >> (3 ดาว) เนื่องด้วยความสดใหม่ของหนังมันหายไปแล้ว ไดโนเสาร์ก็เดิมๆ เพียงแต่จะทำเรื่องออกมาสนุกแค่ไหน มันก็พอให้ความมันได้ในระดับ ก็ถือแค่ว่าพอดูสนุกๆ ได้ แต่ไม่ติดใจ แต่เมื่อมีภาคแรกแล้วก็ต้องเก็บให้ครบ 3 ภาค

- Fantastic 4 >> (2 ดาวเกินครึ่ง) ก็สนุกเรียบๆ เรื่อยๆ อีกแล้วสไตล์ฮีโร่เดิมๆ แต่ดูแล้วไม่อินเหมือนไอ้แมงมุมที่รักเลยอ่ะ

- Free Willy 1 & 2 >> (3 ดาวครึ่ง) หนังที่ชอบตั้งแต่เด็ก น่ารัก ดูสนุก จบ...

-E.T. The Extra - Terrestrial >> (4 ดาวครึ่ง) หนังที่ดูตอนเด็กกลัวมากกกกก แต่ก็ดูแล้วดูอีก ให้คะแนนเต็มร้อยกับความคิดสร้างสรรค์เลยอ่ะ แถมเนื้อเรื่องก็ใช่ว่าธรรมดา สุดยอด หนังที่ควรค่าแก่การชมและเก็บรักษาเป็นอย่างยิ่ง

- The Fog >> ยังไม่ได้ดูเลย ซื้อมาทีหลังสุด ไม่มีเวลาดูแล้วอ่ะ ดันไปติดซีรี่ย์ซะก่อน

- Britney Spears : My Prerogative >> (3 ดาวเกินครึ่ง) อันนี้เป็น DVD รวม MV ของเจ๊บริท ก็ภาพชัดเจน MV 20 เพลงได้มั้ง ก็ไม่ค่อยมี Features อะไรมาก แค่มี MV อีก Ver. นึงด้วยในบางเพลง

- Troy >> งดออกคะแนน เนื่องจากดูไปรอบเดียวในโรง แล้วก้ไม่ดุแล้ว เนื่องจากมีความไม่ชอบส่วนตัวในหนัง Epic ทั้งหลายแหล่ รวมทั้งหนังแต่ตัวแบบชุดเกราะโบราณ สงครามครูเสดอะไรงี้ด้วย

- Benhur >> งดออกคะแนนเช่นเดียวกับ Troy แต่ไม่ได้ไปดูในโรงนะ (ยังไม่แก่ขนาดนั้น) แต่ฑุดเรื่องแผ่นที่ซื้อมาถือว่าเยี่ยมเลย คุณภาพดี แถมมี Ver. หนังเงียบด้วย เจ๋ง

- Alien ทั้ง 4 ภาค >> (3 ดาว) ก็ดูได้เรื่อยๆ ต้นกำเนิดเอเลี่ยนส์ ที่มาที่ไป แต่กลับไม่ชอบเท่าหนังเอเลี่ยนส์ปัจจุบันแฮะ แบบว่ากว่าจะเจอเอเลี่ยนส์ได้ ดูอืดๆ ไงไม่รู้ ออกแนวง่วงเวลาดู

- Veronica Mars >> ( 4 ดาวกว่า) ซีรี่ย์สืบสวนสอบสวนอีกเรื่อง ทำเอาดูเช้ายันตี 1 อ่ะ คิดดู ไว้จะแนะนำในอีก topic นึง


มาที่ งานหนังสือ กันบ้าง งานนี้ก็ช้อปแหลก ไปกับบิดามารดางี้....เงินไม่มีหมด อยากได้หยิบๆ จนพี่ที่พิมพ์คำ (สถาพร หรือปริ๊นเซสนั่นหละ) มองเราที่ถือ 4 เล่มในมือ แล้วพอรู้ว่าชอบแนวนี้ปุ๊บ แนะนำแหลก หุหุ

มนต์อัปสรา(อรพิม) --- เรื่องนี้ซื้อก่อนงานหนังสือ แล้วอ่านจบแล้ว สนุกมาก หากใครชอบไปซื้อได้เลย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคำสาปความรักจากบรรพบุรุษ ตอนแรกกลัวไม่สนุกอยู่เหมือนกับ แต่อ่านแล้ว ใช้ได้เลย

เธอคือชีวิต(ดวงตะวัน) --- ยังไม่ได้อ่านเลย แต่ว่าอ่านเรื่องย่อในเวบแล้วน่าจะสนุก และเนื่องจากดวงตะวันแต่ง จึงคาดว่าไม่น่าจะผิดหวัง

ปราสาททรายในสายฝน(ดวงตะวัน) --- ไม่ได้คิดจะซื้อเรื่องนี้เลย แต่ไอ้พี่ผู้ชายยุแล้วยุอีก บอกซื้อ 2 เล่ม (เธอคือชีวิต + ปราสาททรายในสายฝน)แล้วแถมหนังสืออีกเล่มเรื่อง วันดีๆ ไอ้เราอ่ะ อยากได้เรื่องวันดีๆ เพราะอ่านเรื่องย่อแวบๆน่าสนุกดี เล่มบางตั้ง 80 แน่ะ ก็เลยยอมซื้อมา เกี่ยวกับโบราณคดี นางเอกไปตามหาโบราณวัตถุอะไรเนี่ยแหละ แล้วก็ชอบกะเจ้าของที่ดิน

วันดีๆ(ดวงตะวัน) --- เนี่ยแหละที่แถม เป็นเรื่องประมาณกษัตริย์องค์นึงมาเที่ยวงานฉลอง 60 ปีครองราชย์ แล้วถุกปองร้าย

เงารัก(อรพิม) --- เรื่องนี้ซื้อเพราะอียิปต์ล้วนๆ จบ...

สายลับสุดหัวใจ(Poison Ivy ) --- เรื่องนี้อ่านแล้ว สนุกดี เกี่ยวกับสายลับสองสาวที่ปลอมตัวเข้าไป พล็อตไม่ลึกลับเท่าไหร่ แต่แต่งได้สนุก น่ารัก เสียดาย บางไปหน่อย เนื้อเรื่องเลยดูรวบๆ

Princess Diaries ตอน ปาร์ตี้ฉบับเจ้าหญิง (Meg Caboy แปลโดย มณฑารัตน์ ทรงเผ่า) --- ก็ยังไม่ได้อ่าน แต่หลังๆ เริ่มเบื่อ PD แล้ว เพราะอ่านแล้วไม่สนุกเหมือนเล่มแรกๆ อ่ะ แต่เล่มพิเศษยังคงสนุกอยู่นะ (น่าจะแต่งสั้นๆ จะได้ไม่ต้องยึดเรื่องมากมาย) ยิ่งได้อ่าน Mediator (สาวน้อยสื่อวิญญาณ) กับ 1-800-where-r-u แล้ว ยิ่งชอบ 2 เรื่องนั้นมากกว่าอ่ะ(2 เรื่องนี้แนะนำอย่างแรง สนุกมาก แต่งโด Meg เหมือนกัน Mediator เคย review ไว้แล้วในคราวก่อนๆ ส่วน 1-800... ตอนนี้มีคนแปลอยุ่ น่าจใกล้วางจำหน่ายแล้ว)

นิยายรักจำลอง (คีตาญชลี) --- กำลังอ่านอยู่พอดีเลย เรื่องของดาราหนุ่มแอบหนีนักข่าวแล้วดันบังเอิยลากเอานางเอกคนธรรมดาที่มีพี่ชายเจ้าชู้ไปเกี่ยวข้องด้วย พอรู้ต้นเหตุมาจากพี่ชายนางเอก เลยคิดแก้แค้นสร้างนิยายรักขึ้นมา หุหุ

เลศลาวัณย์ (กรมาศ) --- เรื่องนี้ออกแนวเรื่องลึกลับในบ้านเลศลาวัณย์นางเอกเป็นสถาปนิกมาแล้วดันติดอยู่ที่นี่ แล้วก็มีเรื่องให้เกี่ยวพันกัน

ทั้งหมดนี้แอบอ่านตอนจบหมดแล้ว แหะ แค่ประโยค 2 ประโยคเท่านั้นแหละ แหะๆ ก็จบ Happyendingดี แล้วก็ซื้อนิยายเก่าๆมาอีก เอาไว้อ่าน แต่ขอไม่พูดถึงละกันเพราะส่วนใหญ่ก็เป็นนิยายที่นำมาทำเป็นละครแล้ว เช่น หนึ่งในทรวง ฟ้าจรดทราย (ช่อง 7 เอามาทำด้วย) ฯลฯ แต่คราวนี้ไม่ได้แวะบูธแจ่มใสเลย เริ่มเอียนนิยายรักหวานๆ แล้วล่ะ

แอบแวะไปดุ Bookazine กะ Asiabook แล้วก็อีกร้านที่ขายหนังสือนอกลดเยอะๆ อ่ะ ไม่มีนิยายที่ต้องการเล้ย เซร็งๆ ต้องกลับไปซื้อที่ Kino ราคาปกอีกแล้วอ่ะ B2S ก็ไม่ค่อยมีนิยายนอกที่ต้องด้วยอ่ะ

xoxo



Stars R.Shine
View full profile